วันจันทร์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2552

การทำรีเอ็นจิเนียริ่งขั้นที่ 1

ขั้นที่ 1 การกำหนดสิ่งที่องค์การจำเป็นต้องทำ

ควรตั้งต้นจากเหตุผลของการก่อตั้งองค์การธุรกิจว่า ผู้ประกอบการหรือเจ้าของต้องการให้ธุรกิจนั้นเกิดขึ้นเพื่ออะไร ซึ่งจะนำไปสู่การกำหนดองค์การจำเป็นต้องทำได้อย่างถูกต้อง สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทคือ

  • ธุรกิจเกี่ยวกับการผลิต สิ่งที่องค์การจำเป็นต้องทำ คือการผลิตสินค้าคุณภาพดี สามารถใช้งานนาน คุ้มกับจำนวนเงินที่จ่ายไป ไม่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้ ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมและสังคม ตลอดจนสอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า
  • ธุรกิจเกี่ยวกับการจัดจำหน่าย สิ่งที่องค์การต้องทำ คือ การหาสินค้ามาตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างเหมาะสม ในปริมาณที่เพียงพอ ราคาที่ยุติธรรม มาจากแหล่งผู้ผลิตที่เชื่อถือได้ และไม่เอารัดเอาเปรียบลูกค้าจนขาดคุณธรรม
  • ธุรกิจเกี่ยวกับการบริการ สิ่งที่องค์การจำเป็นต้องทำคือ การตอบสนองความต้องการของลูกค้าในด้านการบริการต่าง ๆ

ตัวอย่างของธุรกิจของการให้บริการมีดังนี้
1.ธุรกิจธนาคาร ให้บริการเกี่ยวกับการเงินในรูปแบบต่าง ๆ
2.ธุรกิจสื่อโฆษณา ให้บริการการแผยแพร่ข้อมูลที่ทำให้ลูกค้าได้ขายสินค้าได้มากที่สุด
3.ธุรกิจประกันภัย ให้บริการเกี่ยวกับความมั่นคง ในด้านของชีวิตและทรัพย์สิน
4.ธุรกิจหนังสือพิมพ์ ให้บริการด้านการข่าวสารจากแหล่งเกิดเหตุของข่าวไปถึงประชาชนอย่างรวดเร็วถูกต้องแม่นยำ

ที่มา:http://yupaporn-tukta.blogspot.com/2008/08/blog-post.html

วันจันทร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2551

ประวัติอนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพ

โครงการได้เริ่มขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2408 (ค.ศ. 1865) โดยประชาชนชาวฝรั่งเศสซึ่งประสงค์จะมอบของขวัญให้แก่ประชาชนชาวสหรัฐฯเพื่อเป็นเครื่องหมายเตือนความทรงจำรำลึกถึงสัมพันธภาพอันดีระหว่างสหรัฐฯและฝรั่งเศสในระหว่างสงครามประกาศอิสรภาพในสหรัฐอเมริกา
คณะกรรมการคณะหนึ่งมีนาย เอดดูวาด เดอลาบูลาเย เป็นประธานประติมากรหนุ่มชื่อ เฟรเดอริก ออกุสเต บาร์ทอลดิ (Frederic Bartholdi) ซึ่งเป็นกรรมการผู้หนึ่งได้เดินทางไปยังสหรัฐฯ เพื่อศึกษาความต้องการในการก่อสร้างอนุสรณ์สถานและบาร์ทอลดิเกิดความคิดที่จะสร้างของขวัญเป็นอนุสรณ์สถานแห่งเสรีภาพขึ้นโดยคณะกรรมการ ฟรองโกอเมริกันจะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย ฝ่ายอเมริกันรับผิดชอบส่วนที่เป็นรากฐาน และได้วางแผนจะขอรับบริจาคเงินค่าใช้จ่ายจากเอกชนประมาณสองแสนห้าหมื่นอเมริกันดอลลาร์ (คิดเป็นเงินไทยประมาณห้าล้านบาทในขณะนั้น)
บาร์ทอลดิ เริ่มงานก่อสร้างอนุสรณ์สถานแห่งเสรีภาพขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2417 (ค.ศ.1874) โดยใช้มารดาของเขาเป็นนางแบบ เริ่มแรกทำรูปจำลองด้วยปูนปลาสเตอร์สูง 9 ฟุต 1 รูป และสูง 36 ฟุต อีก 1 รูป ในที่สุดก็สามารถกำหนดสัดส่วนของเทพีแห่งเสรีภาพได้ แล้วก่อสร้างขึ้นด้วยโลหะผสมทองแดงกับเหล็กเพื่อความแข็งแกร่ง การวางแผนดำเนินการโครงการนี้ อยู่ในความอำนวยการของนายกุสตาฟไอเฟล ซึ่งเป็นวิศวกรชาวฝรั่งเศสผู้ก่อสร้างหอไอเฟล ในการนี้ต้องตีแผ่นทองแดงมากกว่า 300 แผ่น น้ำหนักรวม 90 ตัน
ในขณะเดียวกัน ฝ่ายอเมริกันก็เริ่มงานสร้างฐานไปพร้อมกันโดยได้เลือกสถานที่ประดิษฐานอนุสาวรีย์นี้ที่เกาะเบดโล ซึ่งชื่อเกาะนี้ตั้งตามชื่อของเจ้าของดั้งเดิมคือ ไอแซค เบดโล และได้เริ่มงานสร้างรากฐานเมื่อ พ.ศ. 2424 (ค.ศ. 1881)
เมื่องานก่อสร้างเริ่มขึ้นแล้ว โครงการต้องหยุดชะงักไประยะหนึ่ง เพราะขาดเงินสนับสนุน แต่ต่อมา นายโจเซฟ ฟูลิตเซอร์ บรรณาธิการผู้มีชื่อเสียงของหนังสือพิมพ์นิวยอร์กเวิลด์ ได้รณรงค์หาทุนให้โดยขอรับบริจาคจากมหาชนใน พ.ศ. 2428 (ค.ศ.1885) ทำให้งานก่อสร้างรากฐานสำเร็จลุล่วงในปลายปีเดียวกันนั้น
ส่วนของอนุสรณ์สถานที่เป็นรูปเทพีได้เดินทางมาถึงนครนิวยอร์กเมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2428 (ค.ศ.1885) โดยจัดเป็นชิ้นๆบรรจุในหีบใหญ่ถึง 214 หีบ เมื่อมาถึงแล้วจึงนำชิ้นส่วนมาต่อกันและติดตั้งเป็นรูปร่างที่บนป้อมเก่า อยู่ทางปลายสุดของเกาะลิเบอร์ตี้ Liberty เดิมชื่อ เกาะเบดโล Bedloe รูปปั้นนี้หนัก 254 ตัน ออกแบบเป็นรูปสตรีสวมเสื้อผ้าคลุมร่างตั้งแต่ไหล่ลงมาจรดปลายเท้า ท่วงท่าสง่างาม ศีรษะสวมมงกุฎ มือขวาถือคบเพลิงชูเหนือศีรษะ มือซ้ายถือหนังสือคำประกาศอิสรภาพตั้งแต่เวลาเย็นจนถึงกลางคืน ไฟจากคบเพลิงของเทพีแห่งเสรีภาพนี้จะเปล่งแสงสว่างผู้ที่ไปเยือนเพียงยืนอยู่ที่ฐานของอนุสรณ์สถานก็จะรู้สึกได้ถึงความใหญ่โตมโหฬารของอนุสาวรีย์แห่งนี้
ที่อนุสรณ์สถานมีทางเดินจากป้อมเข้าสู่ส่วนที่เป็นแท่นฐาน และที่ทางเข้ามีแผ่นบรอนซ์จารึกข้อความเป็นคำประพันธ์ซอนเนท แต่งโดย เอมมา ลาซารัส เมื่อ พ.ศ. 2416 (ค.ศ.1883)
เมื่อเดินเข้าไปในตัวเทพี จะมีบันไดเลื่อนพาสูงขึ้นไป 10 ชั้นแรก หรือบันได 167 ขั้น ไม่ต้องเหน็ดเหนื่อยขึ้นบันไดเวียน 12 ชั้น รวม 168 ขั้น ซึ่งจะขึ้นไปได้จนถึงศีรษะและมงกุฎของเทพีแห่งเสรีภาพ มีลานซึ่งจุคนได้ครั้งละ 20-30 คน จากลานนี้สามารถชื่นชมทิวทัศน์อันงดงามกว้างไกลของอ่าวนิวยอร์กตลอดไปทางเหนือ ซึ่งจะมองเห็นเมืองแมนฮัตตันและเขตธุรกิจการเงินและทิวทัศน์ทางใต้จะเห็นสะพานแคนเวอราซาโนด้วย
เทพีแห่งเสรีภาพนี้สูง 93.3 เมตร (306 ฟุต 8 นิ้ว) นับจากส่วนล่างถึงยอดคบไฟ เฉพาะตัวเทพีสูง 46.4 เมตร (152 ฟุต 2 นิ้ว) แขนขวายาว 12.8 เมตร (42 ฟุต) มือยาว 5.03 เมตร (16 ฟุต 5 นิ้ว) หนังสือในมือซ้ายของเทพีหนา 2 ฟุต ยาว 23 ฟุตครึ่ง จารึกว่า "July 4, 1776" ตรงกับวันที่ 4 กรกฎาคม 2319 อันเป็นวันประกาศอิสรภาพของสหรัฐอเมริกา ที่ปลายเท้าเทพีมีโซ่หักขาดชำรุด ซึ่งแสดงความหมายของการล้มล้างระบบทรราชลงได้
เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2429 (ค.ศ.1886) ประธานาธิบดีโกรเวอร์ คลีฟแลนด์ ได้ประกอบพิธีเปิดอนุสรณ์สถานแห่งเสรีภาพ นายบาร์ทอลติ และ เฟอดินัน เดอ เลสเซน ซึ่งเป็นผู้สืบทอดงานจาก นายเอดดูวาร์ด เดอ ลาบูลาเย มาร่วมงานด้วย และในพิธีเปิดครั้งนั้นได้มีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นคือ ขณะที่วุฒิสมาชิกกำลังอ่านคำปราศรัยได้มีการให้สัญญาณเปิดผ้าคลุมออกก่อนกำหนดเวลา มีการยิงปืนใหญ่ ชาวเรือในอ่าวต่างตะโกนกู่ก้อง และฝูงชนที่มาชุมนุมร่วมพิธีเปิดต่างก็โห่ร้องแสดงความยินดีกันอึงคะนึง ขณะที่ผ้าคลุมเทพีเปิดออกเรียบร้อยแล้ว ปรากฏว่าวุฒิสมาชิกยังคงอ่านคำปราศรัยต่อไปจนจบ


ที่ตั้งของอนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพ


ตั้งอยู่บนเกาะเบคโล ในอ่าวนครนิวยอร์กประเทศสหรัฐอเมริกา หล่อด้วยโลหะสำริด สูงราว 150 ฟุต เป็นอนุสาวรีย์เทพีคลุมผ้า มือขวาถือประทีบชูสูงขึ้น มือซ้ายถือหนังสือ ตัวอนุสาวรีย์ภายในกลวง มีบันไดขึ้น 162 ขั้น สร้างโดยประชาชนชาวฝรั่งเศส เพื่อเป็น ของขวัญมอบให้แก่ ชาวอเมริกัน ผู้แสวงหาเสรีภาพ และยังเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญ ของประเทศสหรัฐอเมริกา ข้างบนสามารถขึ้นไปชมทิวทัศน์ของ มหานครนิวยอร์ก และอ่าวมองเห็นตระหง่านแต่ไกลนับเป็น งานสร้างที่ มหัศจรรย์ของโลกอีกแห่งหนึ่ง

ที่มา:http://my.dek-d.com/007s/story/viewlongc.php?id=453231&chapter=51และhttp://www.geocities.com/theworldcycle/statue_of_liberty.htm

วันอาทิตย์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

โมเด็ม (Modem)

ความหมายของโมเด็ม (Modems)
โมเด็ม (Modems) เป็นอุปกรณ์สำหรับคอมพิวเตอร์อย่างหนึ่งที่ช่วยให้คุณสัมผัสกับโลกภายนอกได้อย่างง่ายดาย โมเด็มเป็นเสมือนโทรศัพท์สำหรับคอมพิวเตอร์ที่จะช่วยให้ระบบคอมพิวเตอร์ของคุณสามารถสื่อสารกับคอมพิวเตอร์อื่นๆ ได้ทั่วโลก โมเด็มจะสามารถทำงานของคุณให้สำเร็จได้ก็ด้วยการเชื่อมต่อระหว่างคอมพิวเตอร์ของคุณเข้าคู่สายของโทรศัพท์ธรรมดาคู่หนึ่งซึ่งโมเด็มจะทำการแปลงสัญญาณดิจิตอล (digital signals) จากเครื่องคอมพิวเตอร์ให้เป็นสัญญาณอนาล็อก (analog signals) เพื่อให้สามารถส่งไปบนคู่สายโทรศัพท์
คำว่า โมเด็ม(Modems) มาจากคำว่า (modulate/demodulate) ผสมกัน หมายถึง กระบวนการแปลงข้อมูลข่าวสารดิจิตอลให้อยู่ในรูปของอนาล็อกแล้วจึงแปลงสัญญาณกลับเป็นดิจิตอลอีกครั้งหนึ่งเมื่อโมเด็มของคุณต่อเข้ากับโมเด็มตัวอื่นความแตกต่างของโมเด็มแต่ละประเภท
โมเด็มแต่ละประเภทจะมีคุณลักษณะที่แตกต่างกันดังนี้


  • ความเร็วในการรับ - ส่งสัญญาณ
    ความเร็วในการรับ - ส่งสัญญาณ หมายถึง อัตรา (rate) ที่โมเด็มสามารถทำการแลกเปลี่ยนข้อมูลกับโมเด็มอื่นๆมีหน่วยเป็น บิต/วินาที (bps) หรือ กิโลบิต/วินาที (kbps) ในการบอกถึงความเร็วของโมเด็มเพื่อให้ง่ายในการพูดและจดจำ มักจะตัดเลขศูนย์ออกแล้วใช้ตัวอักษรแทน เช่น โมเด็ม 56,000 bps จะเรียกว่า โมเด็มขนาด 56 K

  • ความสามารถในการบีบอัดข้อมูล
    ข้อมูลข่าวสารที่ส่งออกไปบนโมเด็มนั้นสามารถทำให้มีขนาดกะทัดรัดด้วยวิธีการบีบอัดข้อมูล (compression) ทำให้สามารถส่งข้อมูลได้ครั้งละเป็นจำนวนมากๆ เป็นการเพิ่มความเร็วของโมเด็มในการรับ - ส่งสัญญาณ

  • ความสามารถในการใช้เป็นโทรสาร
    โมเด็มรุ่นใหม่ๆ สามารถส่งและรับโทรสาร (Fax capabilities) ได้ดีเช่นเดียวกับการรับ - ส่งข้อมูล หากคุณมีซอฟท์แวร์ที่เหมาะสมแล้วคุณสามารถใช้แฟคซ์โมเด็มเป็นเครื่องพิมพ์ (printer)ได้เมื่อคุณพิมพ์เข้าไปที่แฟคซ์โมเด็มมันจะส่งเอกสารของคุณไปยังเครื่องโทรสารที่ปลายทางได้

  • ความสามารถในการควบคุมความผิดพลาด
    โมเด็มจะใช้วิธีการควบคุมความผิดพลาด (error control) ต่างๆ มากมายหลายวิธีในการตรวจสอบเพื่อการยืนยันว่าจะไม่มีข้อมูลใดๆสูญหายไประหว่างการส่งถ่ายข้อมูลจากคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งไปยังอีกเครื่องหนึ่ง

  • ออกแบบให้ใช้ได้ทั้งภายในและภายนอก
    โมเด็มที่จำหน่ายในท้องตลาดทั่วๆ ไปจะมี 2 รูปแบบ คือ โมเด็มแบบติดตั้งภายนอก (external modems) และ แบบติดตั้งภายใน (internal modems)

  • ใช้เป็นโทรศัพท์ได้
    โมเด็มบางรุ่นมีการใส่วงจรโทรศัพท์ธรรมดาเข้าไปพร้อมกับความสามารถในการรับ - ส่งข้อมูลและโทรสารด้วย

    ใช้โมเด็มทำอะไรได้บ้าง
    เราสามารถใช้โมเด็มทำอะไรต่างๆ ได้หลายอย่าง เช่น

    1.พบปะพูดคุย
    2.ใช้บริการต่างๆ จากที่บ้าน
    3.ท่องไปบนอินเทอร์เน็ต
    4.เข้าถึงบริการออนไลน์ได้
    5.ดาวน์โหลดข้อมูล,รูปภาพและโปรแกรมแชร์แวร์ได้
    6.ส่ง - รับโทรสาร
    7.ตอบรับโทรศัพท์


    การเลือกซื้อโมเด็ม
    สิ่งที่ควรพิจารณาในการเลือกซื้อโมเด็มมาใช้งาน เช่น
    1. เข้ากันได้กับระบบคอมพิวเตอร์ของคุณ
    2. เข้ากันได้กับระบบทำงาน OS ของคอมพิวเตอร์ของคุณ
    3. ความเร็วในการรับ - ส่งสัญญาณ
    4. เป็นโมเด็มภายนอกหรือภายใน
    5. การบีบอัดข้อมูล
    6. ความสามารถในการควบคุมความผิดพลาด
    7. รับ - ส่งโทรสารได้
    8. ซอฟท์แวร์สื่อสาร

    สิ่งที่ต้องใช้ร่วมกับโมเด็ม
    การที่สามารถใช้โมเด็มให้เกิดประโยชน์จากแหล่งข้อมูลนั้นจะต้องตรวจสอบว่ามีสิ่งเหล่านี้พร้อมหรือไม่
    1. ซอฟท์แวร์สื่อสาร
    2. พอร์ทอนุกรม (serial port)
    3. fast UART เป็นซิฟตัวหนึ่งที่ติดตั้งบนพอร์ทอนุกรมของคอมพิวเตอร์
    เพื่อควบคุมการไหลของข้อมูลเข้าและออกจากพอร์ทอนุกรม
    4. serial cable เป็นสาย cable ที่นำมาต่อโมเด็มกับพอร์ทอนุกรมของคอมพิวเตอร์
    (ต้องตรวจสอบดูว่าเป็น connector แบบ 9 ขา หรือ 25 ขา)
    5. expansion slot ถ้าโมเด็มเป็นแบบติดตั้งภายในจะต้องมี expansion slot ใช้งาน
    โดยจะต้องถอดฝาครอบตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ออกและติดตั้งโมเด็มลงไปบน expansion slot

วันจันทร์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

การพิจารณาการตัดสินใจนำระบบสำนักงานอัตโนมัติเข้ามาใช้

การพิจารณาการตัดสินใจนำระบบสำนักงานอัตโนมัติเข้ามาใช้จะต้องพิจารณาถึงความคุ้มค่ากับการลงทุนหรือไม่ จะต้องศึกษาความเป็นไปได้ และความจำเป็นในการเปลี่ยนแปลงระบบจากสำนักงานธรรมดาเป็นสำนักงานอัตโนมัติ เพื่อให้บรรลุผลอย่างเต็มประสิทธิภาพ
การตัดสินใจนำระบบสำนักงานอัตโนมัติเข้ามาใช้ จะต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเป็นผู้จัดสร้างระบบ ดังนั้นก่อนจะสร้างระบบสำนักงานอัตโนมัติต้องเป็นหน้าที่ของบุคคลต่อไปนี้


1.ผู้ขายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ บริษัทที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์สำนักงานอัตโนมัติ มักจะให้ด้านคำปรึกษาหรือเป็นผู้จัดตั้งโดยไม่คิดมูลค่า เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของแต่ละสำนักงาน ในการเปลี่ยนจากสำนักงานธรรมดาเป็นสำนักงานอัตโนมัติ และบางครั้งบริษัทผู้ขายพยายามยัดเยียดการขายมากเกินไป ทั้งที่อุปกรณ์บางชิ้นไม่จำเป็นต้องใช้ หรือบีบบังคับให้ลูกค้าตกลงทำสัญญาซื้อผลิตภัณฑ์ก่อนที่จะได้ทำวิจัยว่าเหมาะสมแล้วหรือไม่



2.ทีมงานเฉพาะกิจบริษัท บริษัทที่ต้องการมีสำนักงานอัตโนมัติ อาจมีการจัดตั้งทีมขึ้นมาเพื่อการวิจัยด้านนี้โดยเฉพาะ



3.ที่ปรึกษา ถ้าบริษัทไม่มีพนักงานที่มีความเชี่ยวชาญพอที่จะจัดตั้งทีมงานขึ้นเองได้ จำเป็นต้องใช้ที่ปรึกษาภายนอกบริษัทที่เชี่ยวชาญด้านสำนักงานอัตโนมัติ

4.ทีมงานเฉพาะกิจร่วมกับที่ปรึกษา เป็นการจับมือกันระหว่างบุคคลภายนอกและภายนอกบริษัท เพราะทีมงานในบริษัทย่อมรู้ซึ้งและให้ข้อมูลของบริษัทในขณะที่ปรึกษา ซึ่งวิธีนี้เป็นที่นิยมใช้กันมากที่สุด

ที่มา: http://satanhia.blogspot.com/2008/07/blog-post.html

วันจันทร์ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

เทคโนโลยีหลักสำหรับงานของระบบสำนักงานอัตโนมัติ

เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ ซึ่งมี 3 ระดับ คือ ซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ (Super Computer) เมนเฟรมคอมพิวเตอร์ (Mainframe Computer) มินิคอมพิวเตอร์ (Minicomputer) ไมโครคอมพิวเตอร์ (Microcomputer) เทคโนโลยีโทรคมนาคม ได้แก่ โทรศัพท์ ระบบประชุมทางไกล เทคโนโลยีสำนักงาน เทคโนโลยีภาพกราฟฟิกได้แก่ งานประมวลผลภาพกราฟิก เช่นงานสแกน เครื่องมือที่ใช้งานภาพกราฟิก เชืนเครื่องพิมพ์เลเซอร์ และโปแกรมอ่านอักขระด้วยแสง
แหล่งที่มา http://blog.hunsa.com/5024226902/cat/12642

ประโยชน์ของระบบสำนักงานอัตโนมัติ

ประโยชน์ของระบบสำนักงานอัตโนมัติ
- ประหยัดงบประมาณค่าใช้จ่ายช่วยลดต้นทุนในการบริหาร เนื่องจากภายในสำนักงานอัตโนมัติสามารถใช้คอมพิวเตอร์ควบคุมและช่วยเหลือการทำงานได้หลายหน้าที่ ทำให้มีต้นทุนในการดำเนินการต่ำ (ลดจำนวนกำลังคน)
- ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการติดต่อสื่อสาร ทำให้สามารถรับข้อมูลและส่งต่อข้อมูลได้อย่างรวดเร็วด้วยเทคโนโลยีสื่อสาร ดังนั้นการประชุมจึงสามารถใช้อุปกรณ์สื่อสารเพื่อการประชุมทางไกลได้ด้วย
- ประหยัดพื้นที่ในการเก็บข้อมูล การนำคอมพิวเตอร์มาใช้ในสำนักงานอัตโนมัติทำให้สามารถเก้บข้อมูลได้เป็นจำนวนมากโดยอาศัยพื้นที่เพียงเล็กน้อย นอกจากนี้ยังลดปริมาณการใช้กระดาษลงด้วย เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน

แหล่งที่มาhttp://blog.hunsa.com/5024226902/cat/12642

ความหมายของระบบสำนักงานอัตโนมัติ

สำนักงานอัตโนมัติหมายถึงการนำคอมพิวเตอร์และการสื่อสารมาประยุกต์ใช้ในสำนักงาน เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานของสำนักงานสามารถปฏิบัติงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพและสามารถบรรลุเป้าหมายขององค์กร เช่น การประมวลผลข้อมูล การประชุมทางไกล การติดต่อสื่อสาร
แหล่งที่มาhttp://blog.hunsa.com/5024226902/cat/12642